แต่งหน้าสวยไม่พอ..ต้องเช็ควันหมดอายุของเครื่องสำอางให้เป็นด้วยนะ!

ผู้หญิงกับเครื่องสำอางเป็นของคู่กัน…เป็นคำกล่าวที่ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงเลย เพราะสาว ๆ เวลาเห็นเครื่องสำอางออกใหม่โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ มีการพัฒนาแพ็คเกจจิ้งของเครื่องสำอางให้ดูหรูหรา สวยงาม ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจจากสาว ๆ ได้มากทีเดียว แบบเห็นแล้วรู้สึกอยากมีไว้ในครอบครองขึ้นมาทันที ต้องรีบไปหาซื้อมาให้ได้ ทั้งที่บางคนมีเครื่องสำอางอยู่ในสต๊อกล้นหลามอยู่แล้ว ก็ยังไปซื้อมาเก็บไว้อีก ทำให้จำนวนเครื่องสำอางมากเกินไปจนใช้กันไม่ทันเลยทีเดียว และปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือ เครื่องสำอางหมดอายุก่อนที่จะทันใช้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สาว ๆ มักจะมองข้าม  โดยทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่าน ก็ออกมาเตือนอยู่เสมอว่า การใช้เครื่องสำอางหมดอายุเป็นเรื่องที่อันตรายมากเพราะอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวหน้าตามมา ไม่ว่าจะเป็น สิว ฝ้า กระ ผื่น ผิวหนังอักเสบ และอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนอื่นที่อยู่บนใบหน้า เช่น ดวงตา ปาก เป็นต้น

5-1

สาเหตุการเสื่อมอายุของเครื่องสำอาง ได้แก่ มีการสัมผัสกับฝุ่นละอองในอากาศ ความร้อนจากแสงแดดหรืออุณหภูมิในการเก็บรักษาไม่เหมาะสม ปัจจัยจากความชื้น หรือแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ตามนิ้วที่ใช้ทาเครื่องสำอาง และเข้าไปสะสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ และเครื่องสำอางที่เชื่อถือได้ควรจะระบุวันเดือนปีที่ผลิต รวมถึงวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์เอาไว้ด้วย

สำหรับวิธีตรวจสอบความเสื่อมสภาพของเครื่องสำอางเบื้องต้นนั้นสามารถตรวจสอบได้จากการสังเกตุสีและกลิ่นหากเครื่องสำอางว่ามีการเปลี่ยนสภาพ เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนกลิ่น ที่ผิดปกติไปหรือไม่ ถ้ามีให้ทิ้งทันที เนื่องจากแสดงว่าเครื่องสำอางนั้นเสื่อมสภาพแล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ สาว ๆ ต้องมีการสังเกตด้วยตัวเองว่าเครื่องสำอางที่ใช้อยู่นั้นหมดอายุหรือยัง วันนี้จึงจะมาแนะนำเกี่ยวกับวิธีการสังเกตุสภาพเครื่องสำอางหลัก ๆ ที่เรามักจะใช้เป็นประจำ ดังต่อไปนี้

1.มาสคาร่า ส่วนใหญ่จะเสื่อมสภาพภายใน 3 เดือน นับจากเปิดบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากจะมีแบคทีเรียไปสะสมอยู่ตรงบริเวณแปรงปัดขนตา และจะมีเมื่อระยะเวลาผ่านไปเนื้อมาสคาร่า ก็จะจับตัวกันเป็นก้อน เวลาปัดขนตาก็อาจจะทำให้เป็นก้อนติดอยู่ที่ขนตา ดังนั้น ถ้ารู้สึกว่าเนื้อครีมแข็งตัวหรือเป็นก้อนมากผิดปกติก็ควรหยุดใช้และทิ้งทันที

5-2

2.รองพื้น หากเป็นชนิดเหลว จะหมดอายุภายใน 1 ปีหลังจากเปิดใช้ ถ้ามีการเสื่อมสภาพจะมีสีที่เปลี่ยนไป มีลักษณะคล้ายตกตะกอน มีการแบ่งชั้นระหว่างชั้นน้ำมันและเนื้อครีม โดยเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นได้โดยปิดฝาให้สนิทแล้วเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น

3.แป้งฝุ่นทาหน้าหรือบลัชออน จะหมดอายุภายใน 2 ปีหลังจากเปิดใช้ ถ้ามีการเสื่อมสภาพจะมีสีที่เปลี่ยนไป เนื้อแป้งจะไม่ประสานกัน เมื่อทาลงบนผิวหน้าแล้ว จะไม่เป็นเนื้อเดียวกับผิว โดยสามารถยืดอายุการใช้งานด้วยการใช้แปรงปัดแทนการใช้นิ้วมือสัมผัสโดยตรง

4.อายไลเนอร์ ส่วนใหญ่จะหมดอายุภายใน 2 ปีหลังจากเปิดบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะถ้าหากเป็นอายไลเนอร์ชนิดน้ำจะมีอายุเพียงแค่ 3-6 เดือนเท่านั้นหลังจากเปิดใช้ ถ้ามีการเสื่อมสภาพจะมีสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไป

5-3

5.ลิปสติก ลิปสติกเป็นไอเทมที่สาวๆ ซื้อมาครอบครองเป็นกรุไม่น้อยเลยทีเดียว และจะหมดอายุภายใน 2 ปีหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก โดยเฉพาะแบบจิ้มจุ่มจะเสื่อมสภาพเร็วเพราะง่ายต่อการสะสมของแบคทีเรียที่หัวแปรงจุ่ม ถ้ามีการเสื่อมสภาพจะมีสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไปซึ่งจะสังเกตถึงความผิดปกติได้ง่ายสำหรับลิปสติก โดยเราสามารถยืดอายุการใช้งานของลิปสติกให้นานขึ้นโดยปิดฝาให้สนิทแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางการประเมินในเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าจะให้แน่นอนและปลอดภัยจริง ๆ ก็ควรจะเลือกซื้อเครื่องสำอางยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ มีบ่งชี้ถึงวันผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน มี อย. รับรอง และไม่ควรซื้อมาเก็บไว้ในปริมาณมาก รวมถึงถ้าผลิตภัณฑ์หมดอายุแล้วก็ควรทิ้งไป อย่าเก็บไว้ใช้ต่อเพียงเพราะเสียดาย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ผลที่ได้รับไม่คุ้มค่าแน่ ๆ เพราะนอกจากผิวหน้าจะพังแล้ว คุณยังต้องเสียเงินไปกับค่ารักษาอีกด้วย เผลอๆ แพงกว่าค่าเครื่องสำอางที่คุณเสียดายจนไม่ยอมทิ้งเสียอีก

 

Leave a Reply